SEO คืออะไร สำคัญอย่างไรกับการทำการตลาด

SEO คืออะไร

เลือกอ่านตามหัวข้อ

กระบวนการที่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google อันดับแรกๆ อยู่เหนือคู่แข่งของคุณ เพื่อทำให้ลูกค้าเสิร์ชเจอแบรนด์ของคุณ และรับรู้ถึงสินค้าและบริการที่คุณขาย สิ่งนี้เราเรียกว่า SEO คืออะไร สำคัญอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร เราขอบอกเลยว่า เป็นวิธีทำการตลาดที่คุณสามารถใช้แข่งขันกับบริษัทเจ้าใหญ่ๆได้

เพราะในยุคการตลาดออนไลน์ ที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึงได้ง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว คงไม่มีใคร ไม่ทำการเสิร์ชข้อมูลสินค้าและบริการที่ตัวเองกำลังสนใจใช่ไหมหละ ซึ่งบทความนี้จะบอกคุณอย่างละเอียด

SEO คืออะไร

SEO ย่อมาจากSearch Engine Optimization คือ การทำการตลาดผ่าน Search Engine ด้วยการปรับองค์ประกอบของเว็บไซต์ เพื่อทำให้เว็บติดอันดับที่สูงขึ้นบน Google โดยยิ่งเว็บติดอันดับสูงเท่าไร ยิ่งมีโอกาสที่คนจะเข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น ส่งผลให้ขายสินค้า-บริการได้มากกว่าเดิม

จุดเด่น คือ เป็นการโปรโมตเว็บแบบ Organic จึงไม่ต้องเสียเงินเพื่อให้เว็บติดอันดับสูง ๆ ซึ่งต่างจากการโปรโมตเว็บแบบ Paid อย่างการยิง Ads หรือทำ SEM (Search Engine Marketing)

SEO SEM คือ

สำหรับความแตกต่างระหว่าง Oraganic กับ Paid นั้น สามารถอ่านได้จากบทความนี้ https://bit.ly/483bRnZ

สําคัญต่อธุรกิจออนไลน์อย่างไร ?

โดยจะส่งผลดีต่อการทำธุรกิจของคุณ ดังนี้

  • ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงผู้คนมากขึ้น หากทำสำเร็จ แบรนด์ สินค้า หรือบริการ จะเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค
  • ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ การที่หน้าเว็บหนึ่งติดอันดับบน ๆ ของหน้าค้นหา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Google มองว่าหน้าเว็บนั้นปลอดภัยและเชื่อถือได้ ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องนี้ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ของธุรกิจที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์
  • ช่วยเพิ่มขีดความในการแข่งขัน ปัจจุบัน หลายบริษัทหันมา โปรโมตสินค้า บริการ หรือแบรนด์บน Google กันมากขึ้น ซึ่งถ้าคู่แข่งของคุณทำ คุณก็ควรทำด้วย เพื่อเพิ่มแต้มต่อด้านการตลาดออนไลน์
  • ช่วยให้ผู้เข้าชมอยู่ในเว็บไซต์นานขึ้น กระตุ้นยอดเข้าถึงเว็บไซต์ และหากเว็บไซต์มีคอนเทนต์หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ผู้ชมเว็บไซต์ก็มีแนวโน้มจะอยู่ในเว็บไซต์นานขึ้น และอาจอยากซื้อสินค้าหรือบริการที่ขายอยู่ในเว็บไซต์
SEO มีกี่ประเภท

SEO มีกี่ประเภท ?

สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1. On-page SEO

On-page SEO คือ การปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ บนหน้าเว็บไซต์ รวมถึงการปรับแต่งส่วนอื่น ๆ เช่น Title Tags, Meta Description, Alt tag, Keyword, URLs, Internal Link, Outbound link, Site Speed รวมถึงคอนเทนต์

2. Off-page SEO

Off-page SEO คือ การทำภายนอกเว็บไซต์ หรือ การสร้าง Backlink เป็นลิงก์ย้อนกลับมายังเว็บไซต์ของคุณ นอกจากนี้ การโปรโมทแบรนด์ผ่าน Influencer, การแชร์ลิงก์บนสื่อโซเชียลมีเดีย, การเขียนบล็อกในเว็บอื่น ยังนับเป็นการทำ Off-page เช่นกัน

3. Technical SEO

Technical SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างของเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ Google ส่ง Bot มารวบรวมข้อมูลเพื่อจัดลำดับได้ง่ายขึ้น โดยการทำมีอยู่หลายวิธี ทั้งการส่ง XML sitemap และ robot.txt, การทำให้เว็บโหลดไวขึ้น (Page Speed), การแก้ไขลิงค์เว็บไซต์ที่เสีย หรือเข้าไม่ได้, การปรับให้การแสดงผลของเว็บไซต์สอดคล้องกับแสดงผลในมือถือ (Mobile-friendly)

4. Local SEO

Local SEO คือ การทำภายนอกเว็บไซต์รูปแบบหนึ่ง เพื่อเพิ่มอัตราการเข้าถึงเว็บไซต์ของ “คนในท้องถิ่น” หรือคนในระแวกใดระแวกหนึ่ง เช่น การทำ Local Citation Listing ฝากข้อมูลเว็บไซต์หรือบริการของคุณบนเว็บไซต์ต่างๆ , การทำ Long Tail Keyword ให้ครอบคลุมทุกคำค้นหา ทั้งทำบนเว็บไซต์ และบน Google My Business จนเว็บไซต์ของคุณติดอันดับ และค่อยๆกระจาย Keyword ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ที่ธุรกิจของคุณสามารถเข้าไปให้บริการได้

Local SEO ทำ Google my Business

สถิติที่เกี่ยวข้อง มีดังต่อไปนี้

  • 68% ของประสบการณ์ออนไลน์ เริ่มต้นจาก Search Engine
  • 53.3% ของยอดการเข้าถึงเว็บไซต์ มาจาก Organic Search ผลการค้นหาบนหน้า Google ที่ไม่ใช่โฆษณา
  • 92.96% ของยอดการเข้าถึงเว็บไซต์ทั่วโลก มาจาก Google Search, Google Images และ Google Maps
  • ช่วยเพิ่มยอดการเข้าถึงเว็บไซต์ ได้มากกว่าใช้โซเชียลมีเดีย
  • หน้าเว็บไซต์เพียง 5.7% เท่านั้น ที่ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 1-10 เมื่อค้นหาด้วย Google ภายในปีแรกที่ถูกเผยแพร่
  • ช่วยเพิ่มอัตราปิดการขายได้ราว ๆ 14.6%
  • จำนวนการค้นหาด้วย Google ภายใน 1 วัน คือประมาณ 3.5 พันล้านครั้ง
SEO ติดหน้าแรก

วิธีทำ SEO ให้ติดหน้าแรกบน Google ต้องทำอย่างไร

โดยมาก การเข้าชมเว็บไซต์มักจะเริ่มมาจากการค้นหาผ่าน Google (ไม่ค่อยมีใครเข้าเว็บไซต์โดยตรง) ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์อยากให้ผู้คนเข้าถึงเว็บไซต์หรือเนื้อหาที่ต้องการทำเสนอเป็นจำนวนมาก ซึ่งมี วิธีทำ SEO ให้ติดหน้าแรกบน Google ได้หลากหลายวิธี

ทั้งนี้ เทคนิค SEO ขั้นพื้นฐาน เบื้องต้นสำหรับมือใหม่ หากอยากติดหน้าแรกบน Google มีดังนี้

1. ค้นหาคีย์เวิร์ดที่ใช่

คีย์เวิร์ด หรือคำสำคัญ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์หรือในข้อความบนเว็บไซต์ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ Google จัดอันดับเว็บไซต์ให้อยู่ในลำดับที่สูงขึ้นได้ 

ทั้งนี้ คีย์เวิร์ดที่ใช้ควรสอดคล้องกับแบรนด์หรือเนื้อหาที่แบรนด์ต้องการเสนอ รวมถึงมี ปริมาณยอดค้นหา หรือ Search Volume ที่มากพอ โดยจำนวนดังกล่าวนั้น สามารถดูได้จากเครื่องมืออย่าง Google Trends, Ubersuggest และ Ahrefs

2. ปรับโครงสร้างเว็บไซต์

ปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับหลัก การทำ SEO หรือมีลักษณะที่ Google ชอบและอยากจัดให้อยู่ในลำดับบน ๆ เมื่อค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง เช่น มีโครงสร้างที่เป็นระบบ โหลดไว มีคีย์เวิร์ดอยู่ใน URL

3. ออกแบบหน้าเว็บให้หน้าสนใจ

Google มักจัดเว็บไซต์ลักษณะต่อไปนี้ให้อยู่ลำดับบน ๆ เมื่อค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

  • มีหน้าตาน่าสนใจ ทันสมัย สอดคล้องกับคาแรคเตอร์ของแบรนด์
  • มีตัวอักษณขนาดเหมาะสม ไม่ใหญ่คับจอหรือเล็กจนต้องเพ่งสายตาอ่าน
  • ใช้งานได้ง่ายบนมือถือ หรือ Mobile-friendly
  • โฆษณาบนหน้าเว็บไม่มากเกินไป
search engine optimization

4. สร้างคอนเทนต์คุณภาพ

เว็บไซต์ที่ Google จัดให้อยู่ในลำดับบน ๆ คือเว็บไซต์ซึ่งมีคอนเทนต์ลักษณะต่อไปนี้

  • อ่านเข้าใจง่าย
  • โครงสร้างเป็นระบบ
  • ปราศจากคำผิด
  • ไม่ลอกเลียนเนื้อหาจากเว็บอื่น
  • มีการอัพเดตบ่อย
  • มีคีย์เวิร์ดไม่มากหรือน้อยจนเกินไป 

นอกจากนี้ คอนเทนต์คุณภาพ ยังต้องมีคุณสมบัติสอดคล้องกับเกณฑ์ EEAT ของ Google ซึ่งย่อจาก Experience (ประสบการณ์ของผู้เขียน) ความเชี่ยวชาญ (Expertise) อิทธิพลของเว็บไซต์หรือผู้เขียน (Authoritativeness) และความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness)

และเราขอเสริมสักนิดว่า คอนเทนต์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเงินและชีวิต หรือ YMYL (Your Money or Your Life) จะถูกจัดอันดับด้วยมาตรฐานที่สูงกว่าคอนเทนต์ทั่ว ๆ ไป เพราะ Google เห็นว่าคอนเทนต์แบบนี้ สามารถส่งผลร้ายต่อสุขภาพ การเงิน และความปลอดภัยของผู้อ่านได้

ผลการศึกษาของ HubSpot ซึ่งอัพเดตในปี 2022 ระบุว่า การทำเนื้อหาคอนเทนต์บนเว็บไซต์ ทำให้องค์กรต่าง ๆ มียอดการเข้าถึงที่สูงขึ้นราว 55% และมีหน้าเว็บในฐานข้อมูลของ Search Engine ที่มากขึ้นถึง 434%

5. ทำ Backlink 

Backlink หมายถึง มีลิงก์ย้อนกลับที่กลับมาหาเว็บไซต์ของคุณ เพื่อดันอับดับเว็บไซต์ และคำค้นหาให้อยู่อันดับบน ๆ ของ Google บนเว็บไซต์อื่น 

ทั้งนี้ Backlink คุณภาพ ควรมาจากเว็บไซต์ซึ่งน่าเชื่อถือ มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บที่ต้องการทำ Backlink และช่วยเพิ่มยอดการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าวได้

SEO

ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จะเห็นว่ามีสำคัญต่อธุรกิจ เนื่องจากเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง รวมทั้งช่วยเพิ่มยอดขายของสินค้าและบริการได้

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การตลาด แบบนี้ มีการแข่งขันที่สูง และเมื่อทำสำเร็จแล้วก็ใช่ว่าความลำบากจะหมดไป เพราะ การจัดอันดับบน Google นั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กล่าวคือ หน้าเว็บที่ติดอันดับบน ๆ ของหน้าแสดงผลการค้นหา สามารถตกอันดับได้เสมอ หากไม่มีการปรับปรุงแก้ไขให้ตรงตามหลัก อย่างต่อเนื่อง จึงควรติดตามข้อมูลข่าวสาร, เทรนด์ในทุกๆปี ว่าจะมีแนวโน้มไปในทิศทางไหน เพื่อให้ติดอันดับ Google ได้

ดังนั้น เพื่อให้หน้าเว็บอยู่ในอันดับบนอยู่เสมอ ธุรกิจจึงควรจ้างเอเจนซี่ รับทำ SEO อย่าง THE TEPCO ให้ช่วยดูแลเว็บไซต์

ทั้งนี้ การจ้าง Agency ยังมีข้อดีอีกหลายประการ เช่น

  • เอเจนซี่ มีประสบการณ์ทำงานกับหลายองค์กร จึงสามารถ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเสี่ยงต่ำที่จะนำไปสู่ความผิดพลาด
  • เอเจนซี่ มีทีมงานครบเครื่อง จึงสามารถเสิร์ชหา Keyword ที่เหมาะสม เขียนคอนเทนต์ หรือปรับปรุงเว็บไซต์ เพื่อยกระดับแบรนด์ของคุณ ได้แบบครบวงจร
บทความอื่น ๆ

ถ้าอยากทำ SEO ให้ปัง เราต้องรู้จัก DA ย่อมาจาก Domain A […]

รู้รึเปล่า? การกิน ป๊อปคอร์น ทำให้เราจำชื่อแบรนด์ใหม่ ๆ ได้ยากขึ้น
การตลาดออนไลน์ Digital marketing Thetepco

หากสนใจ
บริการของเรา

การตลาดออนไลน์ เวลาทำการ

เวลาทำการ

จันทร์ – ศุกร์

10:00 น. – 19:00 น.

Copyright © 2023 THE TEPCO Co.,Ltd. All Rights Reserved.

Scroll to Top

ให้ เดอะเท็ปโค่ พาคุณไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจ

เราจะทำการตอบกลับให้เร็วที่สุด